ตามต่อจากเอนทรี่นี้
 
 
 
ตัวโตๆเลย ฮ่าๆๆ
 
 
 
แนะนำตัวก่อน อะแฮ่ม
มอมแมม น้อ เรียกแหม่มก็ได้ ตามแต่ถนัด
อายุ 15 ปีจ้ะ

เดือนสิงหา 56 นี้กำลังไปสหรัฐอเมริกาค่ะ #รุ่น 52
ถ้ามีคำถามที่นอกเหนือจากนี้ ถามได้ที่นี่น้อ

 
เฟส >>

 

 
 
*ชี้แจงก่อนน้ออ*

สืบเนื่องจากเฟสบุคที่ตอนนี้มีคนแอดกันเข้ามา แล้วถามคำถามเราเดิมๆไม่หวั่นไม่ไหว จากเอนทรี่ที่เขียนไป
ครั้งนี้เราจะไม่เวิ่นมากล่ะกัน ตัดเอาแต่เนื้อๆให้จ้ะ
เพราะงั้นช่วย อ่าน ก่อนด้วยน้อ ค่อยไปถาม
แมมตอบคำถามเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา จนแม่ว่าแล้วจ้ะ YvY *คำนึงถึงเวลาเราด้วยน้อ*
ปล. เราแนะได้ แต่เราสอนให้ไม่ได้น้อ YvY เรื่องแบบนี้ต้องให้ครูฝรั่งติวให้จ้า
 
 
 
 
 
 
 
 
สำหรับสัมภาษณ์ เป็นที่ประจักษ์จาก 2-3 ที่ผ่านมาแล้วจ้ะ

***ความแน่นอน ตายตัวไม่มีน้อ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่กรรมการท่านจะคิดมาสอบเรา***

บางคนมีแสดง บางคนไม่มี ระยะเวลาความยาวก็ไม่เหมือนกน ความใจดี การห้ามนู่นห้ามนี่ สุดแล้วแต่ดวงจ้ะ

เพราะงั้น *ไหว้พระก่อนสอบดีที่สุด* #เราทำไม่ทัน 555
 
แต่หลักๆ กฎเหล็กเลยคือ ความกล้าแสดงออกอย่างไม่ลืมวัฒนธรรมไทย
ไม่ได้ให้ไปรำไปเต้น แต่หมายถึงบุคลิก ท่าทาง กริยามารยาท *ยิ่งโดยเฉพาะกับอาจารย์ผู้ใหญ่จ้ะ*
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนขั้นตอนการสัมภาษณ์

ถ้าปีเราปีที่แล้ว เค้าแบ่งเป็นกลุ่มๆนะ กลุ่มล่ะ 15 คน 15 กลุ่ม /ติดข้อเขียนปีที่แล้วประมาณ 240 กว่าคน
แล้วก็เข้าไปสัมภาษณ์ กรรมการ 3 ท่าน 1 ในนั้นเป็นชาวต่างชาติ + ล่ามไทยอีกหนึ่ง เราจะสามารถใช้บริการเค้าได้ก็ต่อเมื่อเราไม่เข้าใจคำถามที่เค้าถาม

 
แรกสุดให้ >> แนะนำตัว -ไม่ต้องยาวมาก คิดไป 5-6 หัวข้อ พอยาว ไม่ยืดเยื้อ-
จากนั้นเค้าจะถามประโยคเบสิค >> เราเลือกไปประเทศอะไร
 
ทำไมเราถึงเลือกประเทศนี้
ประวัติโดยคร่าวๆ เช่น เมืองหลวง
ทำไมถึงคิดจะไปโดยโครงการทางนี้
คิดว่าจะได้อะไรจากโครงการหรือการไปครั้งนี้
จุดดี จุดด้อยของตัวเอง
จะเอาอะไรไปแลกเปลี่ยน
ได้เกรดเท่าไหร่
ไปที่นู้นแล้วจะติดต่อกลับมาที่บ้านบ้างมั้ย? ถี่มั้ย?
ไปแล้วจะยอมรับกับวัฒนธรรมที่นั่นได้หรอ?
ปัญหา homesich เป็นหรือเปล่า จะมีบ้างมั้ย?
ทำอะไรเป็นบ้าง
งานอดิเรก
ถ้าโฮสต์พาคุณไปต่างประเทศทั้งๆที่ผิดกฎ AFS จะทำยังไง
ถ้า AFS ส่งคุณไปประเทศที่ 2 หรือ 3 คุณจะว่ายังไง
ด้านศาสนา เพราะความไม่เข้ากันทางศาสนาจะทำให้เรารู้สึกอย่างไร
ถ้าโฮสต์พาเราไปเข้าโบสถ์เราจะไปมั้ย ทั้งที่เรานับถือพุทธ
ถ้าลูกเค้าทะเลาะกับลูกเรา
ถ้าลูกโฮสต์ทะเลาะกับโฮสต์เพราะเรื่องเราไปแย่งความอบอุ่น
อยากเป็นอะไร
คิดว่าจะกลับกลางคันมั้ย
ถ้าลูกโฮสต์แกล้ง
ถ้าเพื่อนชวนไปงานปาร์ตี้วันเกิด
ชอบอะไรในประเทศไทยทืี่สุด
จะปรับตัวให้เข้ากับโฮสยังไง
ถ้าทานอาหารที่นั่นไม่ได้จะทำยังไง
ถ้าต้องไปปาร์ตี้แล้วมีแอลกอฮอล์จะลองไหม
ถ้าเกิดปัญหากับโฮสต์จะทำยังไง
ถ้าเค้าช่วยขับรถ....................--- กฎเหล็กของ AFS ห้ามเสพยา ห้ามขับรถ และห้ามยืนโบกรถ เด็ดขาด! เพราะงั้นข้อนี้เราจะอ้างกฎตรงนี้ที่เราไปหาข้อมูลมาก็ได้จ้ะ
 
 
และคำถามอีกหลายๆอันจ้ะ <3 
 


 
 
 
 
 
 
วิธีทำให้ตัวเองดูโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น

สำหรับทุกคน เกิดมาคงเลี้ยงคนละแบบกันเนอะ คนที่บุคลิกมั่นใจ ยิ้มๆอยู่แล้วก็ให้สู้ๆนะจ้ะ กรรมการชอบคนน่ารัก แล้วก็ฉะฉาน
 
เรื่องบุคลิกเลยพูดไปแล้วในเอนทรี่ที่แล้ว สรุปให้สั้นๆเป็นข้อๆเลยก็ได้จ้ะ

- ยิ้มแย้มแจ่มใส
- นั่งตัวตรง และไม่เกร็ง ทำใจให้สบาย
- พยายามมองตากรรมการให้ทุกคน ห้ามหลบหน้า หรือทำสายตาลอกแลก
- มั่นใจในการตอบ และจริงใจ แน่วแน่กับคำตอบที่ให้ไป
 
แค่นี้เอง ^^
 
 
 
ส่วนเรื่องของคำตอบ ที่แรกเราว่าจะแนะให้ แต่มีคนถามมาเยอะกว่าที่คิด เดี๋ยวเราว่ามันจะไปซ้ำกันหมด + คำตอบควรจะมาจากเรา ถ้าเรามีความตั้งใจจริง อะไรๆมันก็ออกมาได้จ้ะ สื่อให้เค้ารู้ว่า เป้าหมายของการไป ไม่ใช่ไปเที่ยว หรือไปเล่น 1 ปี และคำตอบควรเป็นคำตอบในแง่บวก พลัสๆๆๆๆ ++++

เรื่องตอบตามความเป็นจริง ขอเป็นจริงด้วย บวกด้วย เหมือนเค้าจะดูทัศนคติเราว่าเราไปอยู่นู้น
จะเข้ากับเค้าได้มั้ย ?
จะอยู่คนเดียวรึเปล่า ?
 
 
ตระหนักไว้น้อ 1 ปีที่เสียไป จะมีค่ามาก ถ้าเราได้เก็บเกี่ยวทั้งภาษา คุยกับเค้าให้ได้มากที่สุด เก็บเกี่ยวภาษา  และประสบการณ์กลับมา
แล้วจะมีประโยชน์สูงสุด ถ้าเราเรียนต่อ และใช้ภาษานั้นในอนาคต
 

 
ดังนั้นคนที่กำลังลังเลเรื่องเลือกประเทศ
อย่าเลือกประเทศที่คิดว่าเก๋า เอาเป็นเราไปอยู่แล้วเราไม่คิดเสียใจทีหลังพอ
 
>>> ช้อยตัวเลือกสักตัว มีอเมริกาเผื่อไว้หน่อยก็จะดีมาก

หลายๆคนอาจจะคิดว่า การเลือกอเมริกา เป็นการตัดตัวเลือกตัวเอง หรือเป็นประเทศที่ยากแก่การจะได้ ก็แล้วถ้าเราไม่สู้ เราจะได้ประเทศที่เราชอบได้ยังไง?

บอกไว้ก่อนเลย เลือกประเทศ ถ้าอยากไปประเทศไหนแบบมีเป้าหมายจริงๆ อย่าเลือกประเทศที่ไม่ค่อยมีคนไปเป็นอันดับ 2 3 เพราะสุดท้าย
ถ้าเกิดเราติด มันจะยุ่งมาก *เพราะเราจะไม่สามารถเปลี่ยนตัวได้ ในขณะเดียวกัน ตัวสำรองอันดับต้นๆ กลับมีสิทธิ์ที่จะเลือกกระทั่งอเมริกาด้วยซ้ำ ถ้ามีคนสละสิทธิ์
 
ทั้งนี้ ให้คิด้เสมอว่า โครงการแบบนี้ น้อยคนนักที่จะมีโอกาส และเลือกที่จะไป เพราะด้วยปัจจัยด้านการเงิน และเวลา รวมถึงครอบครัว
 
 
 
 
America Only
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวเรา ที่เราเลือกแบบหลับหูหลับตา ยังไงก็จะเอาประเทศนี้ เพราะว่า

1. ภาษา กลับมาเราได้ใช่ต่อ ยังพอคุ้น พอเข้าใจ เราเองตอนนี้ ถ้ากลับมา ยังหวังไวง้เลย เราได้เปรียบ จริงมั้ย? ต่อไป ม.6 มีทุนหลวงตรี โท เอกมากมายที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษสอบ ณ ตอนนั้นอยากไปประเทศอะไร ทุนตรงนี้ก็สามารถให้คุณไปได้ โดยไม่ต้องเสี่ยงเรื่องการลืมภาษาเลย **ทุนที่ว่าส่วนใหญ่เป็นทุนที่ไม่ต้องออกตังค์เองด้วย
เราเองอยากไปญี่ปุ่นด้วยซำ แต่ถ้าคิดถึงความจำเป็น อย่างที่เราว่า ม.6 ทุนญี่ปุ่นเยอะมาก เค้าจะใช้ คณิต กับ อังกฤษสอบจ้ะ <3 ประมาณนี้

2. ประสบการณ์ อเมริกาเป็นตัวเลือกสำหรับการได้ประสบการณ์มากมาย คงทราบกันดีว่าประเทศนี้เป็นประเทศที่มีเชื้อชาตินานาพันธ์เข้ามาอยู่มากมาย ซึ่งบางทีเรามีเพื่อนต่างชาติอาจจะทำให้เราได้ภาษาอื่นๆมาเพ่ิมอีกหน่อยด้วย  เป็นประเทศเปิดความคิด ทั้งในเรื่องที่ชอบ เรื่องความเชื่อ และความต่างชาติ ต่างชนชั้นทางความเจริญของประเทศ อาจจะให้เราถูกดูหมิ่น แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สอนให้เรารู้จักความเข้มแข็ง

3. อเมริกาเป็นประเทศที่เจริญแล้ว อย่างทีทุกคนทราบกันดีอีก เราไปบ้านเมืองเขา เราให้และเรารับ ส่วนที่เรารับ คือความคิดที่คริเอท หรือความคิดที่เจริญกลับมา เผื่อเรากลับมาในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง เราจะสามารถถ่ายทอดความคิดดีๆให้กับโรงเรียน ให้กับทุกคน เราจะได้เห็ยความแตกต่างเสียทีว่า บ้านเมืองเรา เขา เจริญต่างกัน เพราะเรื่องอะไร
 
4. คนไม่มีความฝันอย่างเรา อยากจะไปตามหาความฝันที่นั่น

 
***ข้อเสีย***

- กำลังทางจิตใจ ไปแล้วอาจจะถูกเหยียดหยาม หรือการต้องตอบคำถามซ้ำๆแปลกๆ อย่าง ขี่ช้างไปโรงเรียนรึเปล่า? หรือการกลั้นแกล้งเวลาเค้าเห็นเราเป็นน้องใหม่

- ความปลอดภัย ประเทศที่เปิดมากอย่างการให้พกปืนได้ทุนคนก็น่ากลัวอยู่ 'พยายามอยู่อย่างมีสติ'
 
 
 
 
 
 
 
ไป ม.ไหนดีที่สุด?

คำถามยอดฮิตที่เราเองก็มีข้อดีข้อเสียให้สั้นๆล่ะกัน
อันนี้เราไม่สามารถบอกได้จริงๆ ความจริงเรื่องดีไม่ดี เราต้องขึ้นอยู่กับตัวเราที่พอใจจะยอมปรับตัวรึเปล่าด้วยน้ออ เปิดใจๆ
 
ม.4
ข้อดี - เลือกสายใหม่ได้ หลังจากที่เรากลับจากนอก
- เพื่อนที่ห้องยังไม่ลงตัว สามารถเข้ากันได้
ข้อเสีย - วุฒิภาวะ อาจจะทำอะไรไม่ได้มากเท่าอายุ 18 แล้ว
 
ม.5
ข้อดี - หลายคนไปในช่วงนี้ ได้เพื่อนในค่ายเยอะ
ข้อเสีย - ขาดความต่อเนื่องในการเรียนสายนั้นๆ
 
ม.6
ข้อดี - บางมหาลัย' บางคณะ เอาหน่วยยื่นเกรดแค่ 4 เทอม ทำให้เราไม่ขาดความต่อเนื่องในการเรียน
ข้อเสีย - เพื่อนลงตัวกันหมด เราอาจมีปัญหาเรืองการเข้ากับรุ่นน้อง
    - ซ้ำชั้น มาสอบแอด สอบอะไรของ ม.6 ทั่วประเทศ *เว้นแต่ต่อ ม.นานาชาติ ไม่ต้องซ้ำ*
 
 
 
 
 
 
ซ้ำชั้นดีไม่ดี?

เรื่องนี้ทุกคนต่างไม่อยากซ้ำ เราเข้าใจ เรื่องการเสียเวลา
แต่ให้ตระหนักไว้ว่า เสียเวลา กับ เสียการเรียนปีนึง อย่างไหนคิดว่าคุ้มกว่ากัน?
/ความเห็นส่วนตัว ถ้าคิดดีแล้วว่าจะไม่ซ้ำ อยากจบพร้อมเพื่อนตามใจเลยจ้า

 
 
 
 
 
 
 
อื้ม! นั่นแหละจ้ะ
 

เอาล่ะ ว่าด้วยรุ่นปี 53 เนอะ? 5555

จากที่พอๆทราบข่าวมา

จ.เราตอนนี้ไปต่างประเทศมีโควตาแค่ 17 คน ซึ่งเราไม่รู้ว่าตัวกำหนดตัวนี้จะแปรไปตามจำนวนผู้ผ่านข้อเขียนรึเปลา
 
ปีที่แล้ว   ได้ 240 โควต้า 22
ปีนี้        ได้ 120 โควต้า 17
 
กล่าวคือ ไม่แน่ว่า ยิ่งคนผ่านข้อเขียนเยอะ โควตาก็ยิ่งเยอะ *ไม่แน่ใจ* ไว้อาจจะมาแก้ใหม่อีกที่
ในขณะที่เชียงใหม่ มีโควต้า 44 คน แต่ไม่ทราบยอด

ปีนี้เห็นเค้าว่าโควตาน้อยกันนะ งืมม
 
น่าแปลกตรงที่ ปีนี้หลายคนบอกว่าข้อสอบง่ายกว่าของรุ่น 52 แต่คนสอบติดน้อยมาก ทั้งที่คนไปสอบปีนี้ยอะกว่าปกติ @ v @
ทางนี้เลยไม่แน่ใจว่า AFS เค้าเปลี่ยนระบบใหม่ จากผ่าน 50 ไปเป็นเรียงลำดับคะแนนสูงสุดรึเปล่า?

 
 
 
/ทิ้งปัญหาไว้ให้เป็นปริศนาต่อไปย์ 555
 
 
 
 
 
ไว้ถ้าได้คำตอบแล้วไว้จะมาอัพแก้ไขอีกทีน้ออ
ส่วนคำถาม ถ้ามีคอมเมนต์ได้จ้า หรือจะทักไปส่วนตัวก็ได้น้อ
ทางนี้ไม่ดุจ้ะๆ 55
 
 
 
 
 
 
อาทิตย์นี้สู้ๆนะจ้ะทุกคน!! XD
 
เต็มที่จ้ะ FIGHTING!!!
 
<3
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากค่ะ 
อ่านไปนั่งตอบไป เหมือน พูดคนเดียว 
อีก3วัน เสียวสันหลัง วูบๆ555

#3 By junjuneff (103.7.57.18|171.98.47.98) on 2013-06-20 19:42

ได้ประโยชน์ดี แถมอ่านแล้วสนุกดีด้วย><

#2 By maria on 2013-06-18 18:55

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!  เอาให้ติดฮอตไปย์ เห็นแกตอบคำถามซ้ำๆแล้วลำบากใจแทน ถถถ

#1 By Al chiaki on 2013-06-18 14:02

Kiseki Sora View my profile